The victory of Liverpool และเรื่องชิวๆของ Koo Ki

The victory of Liverpool
Again, we win. But that’s not quite right ‘cause we always wins
Yesterday was the one where the kop’s heart were all together, praying for their team and their players!
Even if there was so much pressure to play under, so much pain and hurt,
but we could beat them all!!
Because we trusted, always trust.
With heart, body and soul devoted to Liverpool
Koo Ki’s Kop fan
P.S  >> I wish Alonso would get well soon. God bless you!
 
เมื่อคืนเกือบตายตั้งแต่เริ่มเกมแล้ว เพราะทะเลาะกับพ่อเรื่องดูบอลนี่ล่ะ แต่ช่างมันเหอะ บอลมาก็เลิกสนใจอย่างอื่นแล้ว
ก็อย่างที่ว่า ข้างบน เมื่อคืนนี้ มีลางสังหรณ์แปลกๆ จะชนะชัวร์ก็ไม่ใช่ จะแพ้ก็ไม่เชิง สรุปว่าเกมเมื่อคืนนี้ เวสต์แฮมจะนำก่อนตลอดเลย ก็เหมือนจะแพ้ แต่ว่า ก็พลิกกลับมาชนะตอนยิงลูกโทษนี่ล่ะ สกอร์เดียวกันเหมือนตอนแข่งกับ เอซี มิลาน ชิงแชมป์ยุโรปที่อิสตันบูลเหมือนกัน คือ 3 – 3 แล้วก็ชนะลูกโทษ 3 – 2  แต่ตอนนั้น เอซี นำไปก่อนในครึ่งแรกเลย 3 – 0 เกือบจะหมดกำลังใจแล้ว แต่เกมเมื่อคืน โดนเค้านำไป 2 – 0 เท่านั้น แล้ว เจอร์ราด ก็ส่งบอลยาวถึงขา ซิสเซ่ พอดีเป๊ะ เข้าตาข่ายไปอย่างสวยงาม (ถึงจะมีความกดดัน ว่าตามอยู่สองลูกก็เหอะ)  เป็นลูกที่คมสุดๆ ตอนนั้น ขอบอกว่า ซิสเซ่โคตรเท่ เลย แต่ก็อย่างว่าล่ะ หมดครึ่งแรกก็ตามเวสแฮมอยู่ลูกนึง (เวสต์แฮมก็เล่นดีนะ เมื่อคืน ใจหายใจคว่ำหมด
ไม่อยากจะบรรยายต่ออ่ะ เดี๋ยวมันยาว รู้แต่ว่า อลอนโซ่ เจ็บ ฟอร์มเมื่อคืนก็เลยไม่เต็มที่หน่อย ส่งบอลพลาดเยอะ แต่ว่าเมื่อคืน ลิเวอร์พูลก็ส่งบอลจังหวะพลาดเยอะจริงๆ (เจ็บกันเยอะเลยนะเนี่ย ท้ายฤดูกาลเนี่ย) แล้ว อลอนโซ่ก็เล่นได้ไม่จบเกม ต้องออกไปก่อน เข่ามีปัญหา (น่าสงสารที่รักเนาะ) เอาเป็นว่า เล่าตอนฉลองแชมป์เลยละกัน
ทุกคนดีใจกันหมดเลย (ฝั่งเวสต์แฮมก็ร้องไห้เหมือนกัน…ถ้าเป็นลิเวอร์พูลชวดแชมป์เราก็คงซึมไปเป็นอาทิตย์ อุตส่าห์นำไปก่อน แล้วเกมก็สูสีมาก แต่ต้องมาแพ้ เพราะ เรน่า เซฟเก่ง) แต่สิ่งที่เราชอบที่สุด คือ อลอนโซ่ถือถ้วยเต้น …. เรารู้สึกดีใจ ..เหมือนกับว่า ฟุตบอลทำให้ทุกคนกลับคืนสู่วัยเด็ก โดยเฉพาะนักเตะที่ ตอนได้รางวัลนะ เหมือนเด็กๆดีใจได้ขนมเลย เรารู้สึกว่า พวกเค้าแสดงจิตวิญญาณเด็กออกมาให้เห็นด้วย นั่นหมายถึง ฟุตบอลเป็นสิ่งที่รวมจิตวิญญาณแห่งความฝัน ความหวัง แล้วก็ทุกอย่าง (เว่อร์ไปแล้ว….แต่เราคิดงั้นจริง) …….ดูสิ นักเตะทุกคนกอดคอ เต้น ถือถ้วยวิ่งไปมา (อลอนโซ่เต้นโคตรน่ารักเลย) ทำฝาถ้วยหลุดก็มี แต่นั่นเป็นภาพที่น่ารักมาก เหมือนกับตอนได้แชมป์ ไม่ว่าตอนไหน ไม่ต่างกันเลย…เป็นเรื่องที่…เฮ้อ…สุขเกินบรรยายจริงๆ
 
>> เมื่อวานไปตัดผมแล้วน่ะ (ตอนนี้ผมยาวแค่ประบ่าเอง) ตามข้อตกลงเปลี่ยนแปลงเปิดเทอม..แค่นี้ก็ไม่ต้องเลี้ยงข้าวใครแล้ว …..อิอิ<<
 
Oh! Life is endless story
ว่าแล้วก็นึกถึง เพลง Endless story ของ Yuna Ito เป็นเพลง ญี่ปุ่น ประกอบภาพยนตร์เรื่องนานะ
วันนี้เอาเนื้อเพลงมาฝากกันด้วย
 
If you haven’t changed your mind  そばにいてほしいよ
    โซ บะ นิ  อิ เตะ โฮ ชิ อิ โย tonight
 
強がることに疲れたの
ทสึ โย กา รุ โคะ โตะ นิ ทสึ คา เระ ตะ โนะ
 
幼すぎたの
โอ ซา นะ สึ กิ ตะ โนะ
everytime i think about you baby
 
今なら言える
อิ มา นา รา อี เอะ รุ
i miss you    It is hard to say i’m sorry
 
* たとえば 誰かのためじゃなく あなたのために
ทา โท เอ บะ ดา เระ คะ โนะ ทา เมะ จา นา คุ อะ นา ตะ โนะ ทา เมะ นิ
歌いたい この歌を
อุ ทา อิ ทา อิ โค โนะ อุ ทา โว
終わらない story 続くこの輝きに
โอ วา รา นาย story ทสึ ดือ คือ โคะ โนะ คา กา ยา กิ นิ
Always
伝えたい ずっと永遠に
ทสึ ทา เอะ ทา อิ ซือ อึต โตะ อี อิ เอะ อึน นี
 
 
Memories of our time together
消さなで このまま
เคะ สะ นา อิ เดะ โคะ โนะ มา มา don’t go away
 
あたたかく溶けだして 確かめるの
อะ ทา ทา คา คุ โท เคะ ดา ชิ เตะ ทา ชิ คะ เม รือ โนะ
優しさのしずく この胸にひろがってく
ยา ซา ชิ สะ โนะ ชิ ซือ คือ โคะ โนะ มู เนะ นิ ฮิ โระ กัต เตะ คือ
切ないほどに
เซ็ท ทสึ นา อิ โฮ โด นิ  I’m missing you
重ねた手 離さないで
คา สะ เนะ ตะ เทะ ฮา นะ ซะ นา อิ เดะ
 
** たとえば 誰かのためじゃなく あなたのために
ทา โท เอ บะ ดา เระ คะ โนะ ทา เมะ จา นา คุ อะ นา ตะ โนะ ทา เมะ นิ
歌いたい この歌を
อุ ทา อิ ทา อิ โค โนะ อุ ทา โว
終わらない story 絶え間ない愛しさで
โอ วา รา นาย story ทา เอะ มะ นา อิ อิ โตะ ชิ สะ เดะ
tell me why 教えてよ ずっと永遠に
                 โอ ชิ เอะ เตะ โยะ ซือ อึต โตะ อี อิ เอะ อึน นี    Repeat *
 
มันเป็นเพลงที่ ร้องปนกับภาษาอังกฤษนะ ไม่เกี่ยวกับลิเวอร์พูลหรอก แต่ว่าเพราะดี เดี๋ยววันหลังจะหาคำแปลมาด้วย จะได้ รู้ว่าเค้าร้องอะไรกัน
                                                                         
ปีนี้ก็คงมอหก แล้ว อยากจะทำอะไรๆให้มันดีที่สุด อะไรที่ไม่เคยทำก็จะทำ ฮ่าๆ (ยังกะว่า…จบมอหกแล้วจะต้องตายงั้นล่ะ)  เพื่อนๆจะคิดเหมือนกันไม๊….อันนี้ก็ไม่รู้ รร.ที่อยู่มาปีที่หก เด๋วก็ต้องออกไปจากที่นี่แล้ว ส่วนที่ใหม่ ยังไม่รู้ (อันนี้ก็แล้วแต่ความสามารถ)  แต่เรารู้สึกเหมือนอะไรๆ มันจะเปลี่ยนไปมาก (ลางสังหรณ์น่ะ….เชื่อได้ป่าวล่ะ)
วันนี้ที่บ้านอากาศดีมากนะ ท้องฟ้าก้อเป็นสีฟ้า ไม่ค่อยมีเมฆ แต่ลมเย็น มาก ก็เลยมานั่งฟังเพลงเขียนอัพไดอยู่หน้าบ้าน อากาศดีจริงๆ….เพลงก็เพราะ ลมก็เย็น จิตใจก็สงบ ….อยากให้โลกสงบอย่างนี้ตลอดไป (ก็ดีนะ)

Advertisements

ทำไมลูกจึงมาทอดกายให้ชายชม

 
 
 
 
 
เกิดเป็นคนกว่าจะรอดปากเหยี่ยวปากกามาได้นี่ก็ไม่ธรรมดานะ
วันนี้ผมไปกล่าวคำอำลาในงานเลี้ยงส่งผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ตอนนี้
เลยโดน จอนนี่ว็อคเกอร์ 12 ปี ที่ล่อเข้าไปค่อนขวดหัวสมองเลย
นึกถึงเรื่องเก่า ๆ อยากจะเล่าให้ฟัง ก็ไม่พ้นเรื่องใต้สดือล่ะครับ
แต่จะแฝงด้วย สาระไว้บ้าง ตามสไตล์คนเที่ยวไปทั่ง ร้อยเอ็ด
เจ็ดย่านน้ำเพื่อไม่เป็นการเสียเวลามาอ่านกันดู
ผมทำงานต่างจังหวัดมา 3 ปี ต้องอยู่หอพัก จันทร์ถึงศุกร์
หอพักผมใกล้มหาวิทยาลัย แห่งหนึ่ง พวกนักศึกษามหาลัยนี้ ที่อยู่หอเดียวกับผม มันจับคู่อยู่กัน แบบสามี ภรรยา หลายคู่ผมอยู่หอนี้ มา 2 ปี 8 เดือน เห็นบางคู่ เลิกกันแล้วก็หาคู่ใหม่ เหมือนกระต่าย เหมือนหนู

มีเหตุการณ์หนึ่งผมยังจำได้ดี และฝังใจมากระทั่งบัดนี้
คืนนั้น เวลาประมาณเที่ยงคืน ผมกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ โดยเปิดประตู ห้องไว้ เพื่อให้ลมพัดผ่าน จึงได้เห็นเหตุการณ์น่าสะเทือนใจอย่างยิ่ง ห้องตรงข้ามผม เป็นห้องหนึ่งที่มีนักศีกษาปี 2 ที่อยู่กินกัน แบบผัวเมีย คู่หนึ่งอาศัยอยู่ ผู้หญิงเป็นคนหน้าตาดี ผิวขาว สวย ผมยาว เป็นธรรมดาที่ผมจะต้องมองคนสวย เพราะถึงจะอยู่กับเพื่อนร่วมที่ทำงานจบที่เดียวกั น ผู้ชายเหมือนกัน จิตใจก็ไม่เคยคิดจะชอบไม้ป่าเดียวกัน

เที่ยงคืน วันนั้น พ่อแม่ ของหล่อน (เด็กผู้หญิงตรงข้ามห้องผมคนนั้น) คิดอย่างไรไม่รู้มาเยี่ยมลูก สาวตอนเที่ยงคืนแกหอบของกิน ของใช้มาเพียบ ตามประสาพ่อแม่ที่รักลูกสาวปานดวงใจ แม่ของเธอเป็นฝ่ายกดกริ่งหน้าประตู ขณะที่พ่อเธอถือของอยู่เคียงข้างโดยหันหลังมาให้ผม

“ใครวะ ไอ้***” ดังออกมาจากห้อง ในขณะที่มีแสงไฟเปิดขึ้น โดยเห็นจากกระจกฝ้าที่อยู่เหนือประตู ผู้ชายนุ่งเช็ดตัวเดินงัวเงียออกมาจากห้อง ออกมาเปิดประตู โดยมีน้องคนสวยลูกสาวที่พ่อแม่ตั้งใจมาหา เดินตามหลังมาด้วยความตกใจในสายตาผม ไม่แปลก เพราะผมเห็นคู่นี้ เค้ามีอะไรกัน มาหลายเดือนแล้ว บางคืนที่เงียบสงัด
จะได้ยินเตียงไม้ลั่น เอี๊ยดอ๊าด เป็นจังหวะ น่ารำคาญจนต้องเอาearplug ที่ลดเสียงได้ 29 dB มาอุดหุอยู่บ่อยครั้ง

แต่ในสายตาพ่อแม่เธอ มันคงเป็นสุดยอดของความประหลาดใจ ยิ่งไปกว่า การมาหาลูก สาวอย่างไม่บอกกล่าว เป็นสิบเป็นร้อยเท่า
ลูกสาวที่พ่อแม่ รู้เพียงว่า เช่าอยู่กับเพื่อนสาว 2 คน กับมานอนกับไอ้หนุ่มที่ต้อนรับเขาทั้งสอง ด้วยคำอันหยาบคาย อมวัดทั้งวัดมาพูด ก็ไม่น่าเชื่อว่า แค่มาติวตำรา ไอ้หนุ่มปากไวกว่าความคิดมันคงคาดไม่ถึงว่า บุพการี ของเมียมันจะแอบมาทำความ ประหลาดใจให้มันกลางคืนสงัด ขณะที่มันกำลังกอดกกเมียรักที่ถูกต้องตามพฤตินัย โดยไม่
ต้องมีนิตินัย และจารีตประเพณีให้มากความ เวลาเช่า ชายอยู่ด้วยกัน 2 คน หญิงอยู่ด้วยกัน 2 คน แต่ อยู่จริง มันอยู่แบบ ชาย หญิง 2 คู่

แม่ของน้องคนนั้น ร้องไห้ พร้อมกับ พูดว่า "ลูกแม่ ทำไมถึงทำอย่างนี้" ทำไมถึงทำอย่างนี้อยู่ไม่ขาดปาก (ทำให้แม่ ถึงน้ำตาตกนี่ อานิสงส์แรงนะครับ ถ้าพื้นกรรมเก่า ไม่ดีจริง มักจะเห็นผลทันตา)
ในขณะที่พ่อทิ้งของกินทั้งหมดลงกับพื้น แล้วเดินออกไปตรงบันได
คงอึ้ง พูดไม่ออก กับการกระทำของลูกสาวสุดที่รัก ที่อุตส่าห์ ฟูมฟักทะนุถนอม ปานแก้วตา ดวงใจ มาบัดนี้ ลูกสาวก็หาลูกเขยที่ถูกต้องตามพฤตินัย มาสร้างความประหลาดใจแก่พ่อแม่แบบไม่
ต้องตั้งตัว ลูกสาวที่รักของแม่ที่แม่อุตสาห์ป้อนข้าว น้ำ เลี้ยงดู ส่งไปโรงเรียน พาไปหาหมอ คอยเป็นห่วง สารพัดจะห่วง เดินทางไกลข้ามจังหวัดมาเยี่ยมก็สู้อุตส่าห์ กลัวว่า ลูกจะอด จะไม่อิ่ม จะไม่มี
ของกินถูกปาก แต่ทำไม ลูกจึงมาทอดกายให้ชายเขาชมเยี่ยงนี้

เรื่องราวในคืนนั้นจบลง อย่างไรไม่รู้ ไอ้หนุ่มมันก็กลับห้องมันไป และดูเหมือนจะไม่มาหาราว อาทิตย์กว่าพอเรื่องเงียบ มันก็ย้ายของมาอยู่ด้วยกันอีก
แล้ววันหนึ่ง ผมก็เห็นน้องคนนั้น ร้องไห้ อยู่หน้าประตูลิฟท์ หลังจาก มีปากเสียงกับแฟนมัน ใช่ครับ ผู้ชายไปมีคนใหม่ เพราะคงเบื่อในรสชาติสาบสวาท ที่ฝ่ายหญิงปรนเปรอ จนไม่มีอะไรจูงใจให้มันสนใจอีก

ผมสงสารครับ สงสารที่เห็นน้ำตาหญิง แต่คนที่ผมสงสารกลับเป็นพ่อแม่ของเธอ เรื่องราวของ เธอยังไม่จบ แต่ผมไม่อยากจะเล่าต่อ

เพราะแค่นี้คงเพียงพอสำหรับการที่ใครสักคนจะหักห้ามใจ รักนวลสงวนตัวไว้ ของพวกนี้สำหรับผู้หญิงมันสุขชั่วครู่ แต่บาดแผลจะฝังใจลึกไปเนิ่นนาน แน่ใจหรือ ว่า คนที่จะมีสัมพันธ์ด้วย จะเป็นคนที่แต่งงานด้วยในอนาคต ไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นอย่างไร แต่ถ้าเป็นผม ผมจะไม่ทำ ผมไม่ได้เก่งเพียงแต่ปากผมเคยห้ามใจตัวเองมาแล้วครั้งหนึ่ง ตอนที่โอกาสมันอำนวยสุดขีด ผมรู้ว่ามันยากมากที่จะห้ามใจ
เวลาที่อยู่ด้วยกัน 2 คนในห้องนอนที่ปิดประตู ผมหยุดทุกอย่างแค่การจับมือ แล้วผมก็เปิดประตูห้อง แล้วเอาดรัมเบลขนาด 5 กิโลกรัมหล่อเองตอนลง shop มากั้นประตูไว้ ไม่ให้ลมพัดปิด แล้วบอกเธอว่า เราอยู่กัน แค่ 2 คน ไม่ควรปิดห้อง

ผมทำสำเร็จมาแล้ว ผมเอาชนะใจตัวเองมาแล้ว แต่ผมก็ไม่มั่นใจ ว่า ใจผมจะแกร่งพออีกหรือเปล่า ผมเลยหลีกเลี่ยงโอกาส แบบนั้น ไม่ให้เกิดขึ้นอีก

แม้ว่าเธอคนนั้นท้ายที่สุดจะถูกเพื่อนผมมอมเหล้า และเสียทีแก่เพื่อนผมเอง เพื่อนคนนี้ ผมเคยควงเธอไปเย้ยถึงหน้าคณะที่ มหาวิทยาลัยของมันวันที่มันทำสำเร็จ มันกลับมาสั่งสอนผมว่า ต้องอย่างนั้น อย่างนี้ ต้องถอดกางกางให้ได้ก่อน แล้วค่อยถอดเสื้อ แล้วทุกอย่างจะลงเอยด้วยดี ผมเสียใจอยู่เหมือนกัน ที่จริงๆ แล้วเธอคงแอบชอบเขาเหมือนกัน จึงยอมกินเหล้าทั้ง ๆ ที่เขากินไม่เป็น ไม่เคยกิน

ผมกลับไปที่บ้านแม่ที่พอจะมาป่ากกใกล้ ๆ บ้าน เอาดาบลงไปฟันอย่างบ้าคลั่ง จนป่ากก ยุบหายไปกับคมดาบ ไปเยอะ แล้วเดินกลับบ้าน ไม่กินข้าว เข้านอนนอนแต่ไม่หลับ จนเกือบ ตีสี่ ท่องในใจว่า ของไม่ใช่ของเรา ของไม่ใช่ของเรา วิทยุคืนนั้น เปิดเพลง รักเอง ช้ำเองผมยังเก็บรูป สติ๊กเกอร์เล็กๆ ที่เธอให้ผมตอนไปเที่ยวด้วยกันเพียงลำพังสองคนครั้งแรกที่ต่างจังหวัด (จำได้ว่า วันนั้น เธอให้ผมซื้อกล้วยเลี้ยงลิง) แบบไปเช้า เย็นกลับ อยู่เลย สติ๊กเกอร์เล็กๆ ใบนี้ ผมเคยคิดจะทิ้งต้องหลายทีแล้ว แต่ก็ตัดใจทิ้งไม่ลงเสียที เหมือนกับที่ผมเก็บดรัมเบลอันนั้นไว้ เพราะมันเป็นอุปกรณ์ที่ครั้งหนึ่ง ผมเคยใช้ห้ามใจของตัวเอง

ทุกวันนี้ มีคน ๆ หนึ่ง บอกผมว่า ชีวิต ผมยังไม่สมบูรณ์ เพราะยังไม่เคย ผ่านเรื่องนี้ จนอายุ 24 ปีกว่า

"ถ้าหากเราจะใช้เรื่องนี้ เป็นตัวชี้วัดความเป็นผู้ใหญ่" ผมก็จะขอพร่องอยู่อย่างนี้ ไม่ขอเต็มอย่างคนอื่นเขา

เพราะหากผมจะประกาศ "ความเป็นผู้ชาย" ของผมด้วย "การทำลาย ลูกสาวของใครสักคน" ที่เขารักดังที่กล่าวมาแล้ว
ถึงจะมากบ้างน้อยบ้างเขาก็รัก มากกว่า ความรักที่ผมจะบังอาจมีแก่ลูกของเขาคนนั้น ลูกของเขาที่ผมไม่เคยแม้แต่จะป้อนข้าวเลี้ยงดู

"ผมจะไม่ทำ ถ้าผมรัก ผมจะรอ"
สุดท้าย ขอทิ้งร้อยกรองไว้ สักสองบท เป็นโคลงสี่สุภาพ ที่ผมแต่งเอง และชอบมาก

วันคืนลาล่วงแล้ว ผ่านผัน
มิอาจย้อนอาทิตย์จันทร์ กลับได้
หวนตรึกนึกคืนวัน ยังอุ่น อกอยู่
แม่กล่อมก่อนหลับให้ เมื่อครั้ง ยังเยาว์

รัก เอยเคยชอกช้ำ อาจเคย
รัก ไม่เหลียวแลเลย อาจคุ้น
รัก กลับเก่าเมินเฉย เลิกรัก ก็อาจ
รัก แม่แน่แท้คุ้น ชั่วนิจ นิรัน
ด์

 
 
(Credit: Webboard Narak.com)